โซลาร์เซลล์ทำงานไม่ได้ในเวลากลางคืนจริงหรือ

เป็นคำถามที่สมเหตุสมผลและตรงไปตรงมาที่สุดคำถามหนึ่งเลยครับ: “ในเมื่อโซลาร์เซลล์ต้องใช้แสงอาทิตย์ แล้วกลางคืนที่ไม่มีแดด มันจะทำงานได้ยังไง?” หลายคนจึงปักใจเชื่อไปแล้วว่า พอพระอาทิตย์ตกดิน แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาก็คงไม่ต่างอะไรจากของประดับบ้านราคาแพง ที่รอคอยการกลับมาของเจ้านายอย่างดวงอาทิตย์ในเช้าวันถัดไป และเราก็ต้องหันกลับไปใช้บริการไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเหมือนเดิม

ถ้าเรามองแค่ตัว “แผงโซลาร์เซลล์” เพียวๆ ความเชื่อนั้นก็ถูกอยู่ส่วนหนึ่งครับ เพราะหน้าที่หลักของมันคือการเปลี่ยน “แสง” เป็น “ไฟฟ้า” ดังนั้นเมื่อไม่มีแสง มันก็ย่อมผลิตไฟฟ้าไม่ได้

แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปครับ เพราะนั่นเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของความจริงทั้งหมด ในโลกของพลังงานแสงอาทิตย์ เราไม่ได้มีพระเอกแค่คนเดียว เรายังมี “คู่หู” คนสำคัญที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง และเจ้าคู่หูคนนี้แหละครับ ที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม ทำให้บ้านที่ใช้โซลาร์เซลล์ยังคงสว่างไสวได้แม้ในคืนที่มืดมิดที่สุด

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฮีโร่ยามค่ำคืนคนนี้กันครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคำกล่าวที่ว่า “โซลาร์เซลล์ทำงานไม่ได้ในเวลากลางคืน” ถึงกลายเป็นความเข้าใจผิดไปได้

รู้จักกับ “พาวเวอร์แบงค์ยักษ์” ประจำบ้าน

ลองนึกภาพตามง่ายๆ ครับ เวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างวัน เราก็ใช้ไปเรื่อยๆ แต่พอแบตใกล้จะหมด ถ้าเราอยู่ข้างนอก เราทำยังไงครับ? เราก็หยิบ “พาวเวอร์แบงค์” ขึ้นมาเสียบชาร์จใช่ไหมครับ
ในระบบโซลาร์เซลล์ก็มีหลักการคล้ายๆ กัน แต่เราเรียกมันว่า “แบตเตอรี่” หรือ “ระบบกักเก็บพลังงาน” (Energy Storage System) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนพาวเวอร์แบงค์ขนาดมหึมาสำหรับบ้านทั้งหลังเลยทีเดียว

เรื่องราวของมันเป็นแบบนี้ครับ…
ในตอนกลางวัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แดดจัดๆ แผงโซลาร์เซลล์จะขยันทำงานมาก และมักจะผลิตไฟฟ้าได้ “เกินกว่า” ปริมาณที่บ้านของเราต้องการใช้ในขณะนั้น เช่น ตอนเที่ยงวัน เราอาจจะเปิดแค่ตู้เย็น พัดลม หรือชาร์จโน้ตบุ๊ก แต่แผงโซลาร์เซลล์อาจจะผลิตไฟได้มากพอที่จะเปิดแอร์ได้พร้อมกัน 2-3 ตัวเลยทีเดียว

แล้วไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้นี้จะหายไปไหน? นี่แหละครับคือหน้าที่ของแบตเตอรี่!
แทนที่จะปล่อยให้ไฟฟ้าส่วนเกินนั้นเสียเปล่าไป ระบบจะส่งไฟฟ้าเหล่านั้นไปเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่ เหมือนกับการที่เราเติมน้ำใส่ถังเก็บน้ำให้เต็มในตอนที่น้ำประปาไหลแรงๆ นั่นเอง แบตเตอรี่จะค่อยๆ สะสมพลังงานจากแสงอาทิตย์เอาไว้ตลอดทั้งวันจนเต็ม
และแล้ว… เมื่อรัตติกาลมาเยือน

พอพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง แสงเริ่มน้อยลง การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ก็จะลดลงตามลำดับ จนกระทั่งลับขอบฟ้าไปโดยสมบูรณ์ ตอนนี้เองที่แผงโซลาร์เซลล์จะเข้าสู่โหมด “พักผ่อน”

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับบ้านของเราเลยครับ! เพราะระบบควบคุมอัจฉริยะจะทำการสลับแหล่งจ่ายไฟโดยอัตโนมัติ จากเดิมที่เคยดึงไฟจากแผงโซลาร์เซลล์โดยตรง ก็จะหันไปดึงพลังงานไฟฟ้าที่เก็บสะสมไว้จนเต็มเปี่ยมใน “แบตเตอรี่” ออกมาใช้งานแทน
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเปิดไฟ เปิดทีวีดูละคร ทำอาหารเย็นด้วยเตาไฟฟ้า หรือเปิดแอร์นอนฉ่ำๆ ในตอนกลางคืน พลังงานทั้งหมดนั้นก็มาจากแสงอาทิตย์ที่แบตเตอรี่ของเรา “เก็บ” มาให้จากตอนกลางวันนั่นเอง คุณจะไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ เหมือนมีโรงไฟฟ้าส่วนตัวขนาดย่อมอยู่ที่บ้าน

แล้วถ้าไม่มีแบตเตอรี่ล่ะ?
สำหรับบ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบ “ออนกริด” (On-grid) ที่ไม่มีแบตเตอรี่ ก็ยังคงได้รับประโยชน์เช่นกันครับ ในตอนกลางวัน ไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จะไม่ได้ถูกเก็บไว้ แต่จะถูก “ขาย” หรือส่งคืนเข้าไปในสายส่งของการไฟฟ้าแทน ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟในบิลตอนสิ้นเดือนได้ และในตอนกลางคืน บ้านก็จะดึงไฟฟ้าจากสายส่งของการไฟฟ้ามาใช้ตามปกติ วิธีนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ใช้ไฟฟรีในตอนกลางคืน แต่ก็ช่วยประหยัดค่าไฟโดยรวมได้มหาศาล

บทสรุป: ไม่ใช่แค่ “ผลิต” แต่คือ “บริหารจัดการ” พลังงาน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าหัวใจของระบบโซลาร์เซลล์ที่สมบูรณ์แบบนั้น ไม่ได้อยู่ที่การ “ผลิต” ไฟฟ้าในตอนกลางวันเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ “บริหารจัดการ” พลังงานให้สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่างหาก
แผงโซลาร์เซลล์อาจจะเป็นเหมือนชาวนาที่ขยันขันแข็งเก็บเกี่ยวผลผลิตในตอนกลางวัน แต่แบตเตอรี่ก็คือยุ้งฉางอัจฉริยะที่คอยเก็บรักษาผลผลิตเหล่านั้นไว้ให้เราได้กินได้ใช้ในยามค่ำคืน
ครั้งหน้าที่คุณได้ยินใครพูดว่า “โซลาร์เซลล์ใช้ตอนกลางคืนไม่ได้หรอก” คุณก็สามารถยิ้มและเล่าเรื่องของ “คู่หูฮีโร่” อย่างแบตเตอรี่ให้เขาฟังได้เลยครับว่า พลังงานจากแสงอาทิตย์นั้นพร้อมอยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆ รับติดตั้งโซล่าร์เซลล์ by electrictw.com

Posted in บทความ.